โลกและชีวิตเป็นเหตุปัจจัย มาประชุมกันชั่วคราวเท่านั้น

โลกและชีวิตเป็นเหตุปัจจัย มาประชุมกันชั่วคราวเท่านั้น

พระพุทธเจ้าว่า ‪ ‎โลกและชีวิตเรานี้เป็นระบบของเหตุปัจจัย
    มาประชุมกันชั่วคราวเท่านั้น ทุกสิ่ง ทุกอย่างในตัวเรา 
    ความคิดเห็น คำพูด การกระทำของเรา มาประชุมกันชั่วคราว
    ให้เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น ให้ตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ ให้แตกสลาย ก็ แตกสลาย…
ฉะนั้นเมื่อเราเห็นความจริงอย่างนี้แล้ว  เราจะเห็นตัวเราครบถ้วน ‪

‎เห็นวิธีแก้ปัญหาชีวิต  ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้  ว่าถูกต้อง!

....ถ้าเราไม่ศึกษาเรียนรู้ตามที่พระพุทธเจ้าสอน
    อย่างจริงจัง ก็หมายความว่า ‪#‎เราไม่รู้ตัวเราเองเลย
....เราก็ไม่มีวิธีแก้ปัญหาของเราได้ แก้ได้ก็ แก้จากความรู้สึกนึกคิด
    ของตัวเอง จากที่ผิด ไปสู่ที่ผิด ที่ผิด ๆ ๆ หาที่สิ้นสุดไม่ได้
....เราจะเห็นว่า อ๋อ! ที่เราเวียนว่ายตายเกิด ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้

    นับภพ นับชาติไม่ถ้วน มันเป็นอย่างนี้เอง

เพราะเราไปเติมเหตุปัจจัยให้เวียนว่ายตายเกิดไม่มีวันหยุด
....ตื่นขึ้นมา  เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น

....ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจคิดนึก  

เราก็เติมความพอใจ ไม่พอใจ ใส่เป็นข้อมูล เวียนว่าย ตายเกิด

เรียกว่า *อวิชชา*  ทำให้เกิดเป็นเรา... สังขาร

**สังขาร  ทำให้เกิดวิญญาณ
**วิญญาณ  ทำให้เกิดนามรูป

**นามรูป  ทำให้เกิดสฬายตนะ
**สฬายตนะ  ทำให้เกิด..ผัสสะ
‪    ‎สฬายตนะ  คือ  ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

....ก็หมายความว่า ‪#‎กรรมเก่ามาปั้นเป็นตัวเราครบแล้ว   

    ‎ขณะนี้ตัวเราคือ  กรรมเก่าของเราในอดีต

    สร้างเป็นตัวเราสมบูรณ์แล้ว

....เหตุปัจจัยที่เราจะเกิดมาเป็นคนใช้หมดแล้วนะ

    ไม่มีเหลืออยู่  เพราะการที่จะกลับมาเกิดเป็นคนชาติหนึ่ง

    เหตุปัจจัยที่ท่านเคย ‪#‎ท่องไม่เที่ยงเกิดดับ ในอดีตหมดไปแล้ว

    ไม่มีเหลืออยู่ในใจท่าน

‎การเกิดเป็นคนจึงสิ้นสุด  หลังจากนั้นก็ไปตามเหตุ ตามปัจจัย
    เหตุปัจจัยที่เรา ใส่ตัวเรามาตลอดชีวิตนี้ คือ  ความพอใจ ไม่พอใจ
    เหตุปัจจัยอันนี้คือ ‪‎นรกเดรัจฉานที่เราจะไปเกิดเหมือนจับไปวางไว้
    เราก็เวียนว่าย ตายเกิดอยู่ใน นรก เดรัจฉาน
....พระพุทธเจ้าว่า  การเวียนว่ายตายเกิดของท่าน ทั่วพื้นที่ในโลกนี้
    ที่ท่านไม่เคยตาย "ไม่มี"  อาจตายสมัยเป็นคน แมลง มด 
    ปลวก หมู หมา เป็ด ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ

    ท่านเคยเกิดมาแล้วทั้งนั้น
....ท่านก็ไปทั่วโลก  ทุกหน ทุกแห่ง

    ‎ตรงไหนที่ท่านไม่เคยตาย "ไม่มี!"
‪**‎นี้คือการเวียนว่ายตายเกิดของเรา ‪#‎เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ
    ว่าสิ่งนั้นมี สิ่งนี้จึงมี  เมื่อเรายังไม่หยุด เหตุปัจจัย

และยังมีความพอใจ ไม่พอใจ เราก็เวียนว่าย ตายเกิดอยู่อย่างนี้

พึ่งจะมีชาตินี้ละ  ท่านพึ่งมารู้  #‎พึ่งมาท่องไม่เที่ยงเกิดดับ
    กลับมาฟื้นฟูให้กลับมาเป็นคนอีกครั้งหนึ่ง!
ถ้าท่านไม่ท่อง ‎ไม่เที่ยงเกิดดับ  ท่านก็จะเป็นไปตามวัฏจักร

    ของการเวียนว่ายตายเกิด...ตามเหตุตามปัจจัย

ปลูกมะม่วง ได้มะม่วง  ไม่ได้มะละกอ (เหตุตรงผล)
    ก็จะเกิดที่นรก เดรัจฉาน นรก เดรัจฉาน ๆ ๆ ๆ

    ซ้ำไป ซ้ำมาอยู่อย่างนี้  หาที่สิ้นสุดไม่ได้

    เพราะนรกเดรัจฉาน  เป็นข้อมูลแน่นหนา
    เพราะท่านสร้างทุกข์อยู่ในใจตลอดเวลา
เราจะเห็นชัดว่า  การเวียนว่ายตายเกิด นับภพ นับชาติไม่ถ้วนนั้น 

    มันตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้  อย่างถูกต้อง
อันนี้คือเราเรียนพระธรรมคำสอน แล้วเอามาพิสูจน์กับตัวเอง
เรียกว่า สันทิฏฐิโก ‪#‎ผู้ปฏิบัติเองย่อมรู้เองเห็นเอง  คนอื่นไม่สามารถจะรู้ได้...

Powered by MakeWebEasy.com