เส้นทางสายใหม่ของชีวิต

หนังสือเล่มนี้  นายฉัตรชัย ไชยวุฒิ และทีมงานอาสาสมัคร ได้รวบรวมคำบรรยายของข้าพเจ้าที่เคยได้บรรยายไว้  หลายวันหลายเดือน  โดยทำการตัดตอนเอาคำบรรยายบางส่วนที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายมาพิมพ์  เพื่อแสดงผลงาน และแสดงการดำเนินงานเผยแพร่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  ตามที่มีในพระไตรปิฎก  และกิจกรรมการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา มีภาพถ่ายของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดจากความศรัทธาและความสามัคคีของญาติธรรมประกอบไว้  เพื่อให้คณะญาติธรรมได้รู้ได้เห็นว่า  สำนักปฏิบัติธรรมของอุบาสก อุบาสิกา ดอยไซ มีอะไรก้าวหน้าไปบ้าง ทั้งทางโลกและทางธรรม

หนังสือเล่มนี้  นายฉัตรชัย ไชยวุฒิ และทีมงานอาสาสมัคร ได้รวบรวมคำบรรยายของข้าพเจ้าที่เคยได้บรรยายไว้  หลายวันหลายเดือน  โดยทำการตัดตอนเอาคำบรรยายบางส่วนที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายมาพิมพ์  เพื่อแสดงผลงาน และแสดงการดำเนินงานเผยแพร่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  ตามที่มีในพระไตรปิฎก  และกิจกรรมการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา มีภาพถ่ายของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดจากความศรัทธาและความสามัคคีของญาติธรรมประกอบไว้  เพื่อให้คณะญาติธรรมได้รู้ได้เห็นว่า  สำนักปฏิบัติธรรมของอุบาสก อุบาสิกา ดอยไซ มีอะไรก้าวหน้าไปบ้าง ทั้งทางโลกและทางธรรม

ในสมัยพุทธกาล         พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรม เรื่อง การเกิดเป็นมนุษย์  มีสาวกหลายท่าน  ถามพระองค์ว่า  การเกิดมาเป็นมนุษย์ยากขนาดไหน  พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ยากมาก  สาวกก็ให้พระองค์อุปมาให้ฟังด้วย  พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า  ที่ตถาคตจะอุปมาให้พวกเธอฟังนี้  ยังง่ายกว่าเกิดเป็นมนุษย์อีกนะ  

เส้นทางสายเก่าที่เราเดินทางมาตลอดชีวิตนี้  มันไม่ประสบความสำเร็จ  เพราะเรายังมีทุกข์อยู่  ฉะนั้นเราต้องเลือกเส้นทางสายใหม่ของชีวิต  แล้วจะทำยังไง  ก่อนที่จะรู้ว่าทางสายใหม่ของชีวิตนั้นเป็นอย่างไร  เราต้องรู้องค์ประกอบของการเดินทางสายใหม่นี้ให้ครบ  คือ ต้องรู้เส้นทางสายใหม่ว่าเป็นอย่างไร  แล้วต้องรู้ตัวคนเดินทางว่า  ชีวิตเราเป็นอย่างไร  ชีวิตประกอบด้วยอะไร  ถ้าเราไม่รู้ทั้งสองด้าน คือ ไม่รู้ทางเดิน และคนเดินทาง  การเดินทางชีวิตก็ไม่สำเร็จ  

พระพุทธเจ้าวางหลักของศาสนาพุทธ อีกประการหนึ่งไว้ คือ  การให้ทาน  ทานคือการให้  ให้เพื่อลดความเห็นแก่ตัว  เมื่อเราลดความเห็นแก่ตัวลงแล้ว  มีความสงบเกิดขึ้นในใจ  ศีลก็เกิดขึ้นตามมา  แล้วพระพุทธเจ้าให้ภาวนา  ทาน  ศีล  ความสงบร่มเย็นก็ตามมา  ภาวนาแปลว่าทำให้ทานเจริญ  ขยายให้เห็นความจริงชัดเจน  เมื่อรู้ความจริงตามธรรม  ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงเกิดดับ  ตัวฉันก็ไม่เที่ยงเกิดดับ  ก็ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น  แล้วศีลจะตามมา  ควรฝึกให้ทานบ่อย ๆ  ฝึกตัวเองไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นบ่อย ๆ  นั่นคือ ศีล

เราต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างหนัก  ที่จะเอาความรู้ที่ใช้สร้างสุขดับทุกข์มาใส่ตัวเราให้ได้  แต่ความรู้เพื่อสร้างสุขดับทุกข์  ไม่มีในสัญญาความจำของเราเลย  ความรู้สร้างสุขชั่วคราวทุกข์ถาวรก็ทำหน้าที่ของมัน  ตามที่มันสั่งเรามาตลอดชีวิตเรา

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ท่านตรัสรู้  คือ  วิธีแก้ปัญหาในชีวิตมนุษย์ทุกคน  เพราะพระพุทธเจ้า ท่านเห็นว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้น  การที่มนุษย์ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาชีวิตได้  มีปัญหาชีวิตทับถมซับซ้อนกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  ถือว่าเป็นวิบากกรรมของมนุษย์  เพราะวิบากกรรมของมนุษย์แต่ละคน  เกิดจากมนุษย์ต่างก็ใช้ความคิดเห็นของตนเองไปสร้างปัญหา  แล้วเอาความคิดเห็นของตัวเองไปแก้ปัญหา  ผลคือมันก็แก้ปัญหาจากที่ผิดไปสู่สิ่งที่ผิดตลอดเวลา

พระพุทธเจ้าท่านตรัสสรุปไว้ว่า  ไม่มีอะไรเอาชนะความเพียรพยายามของมนุษย์ได้  คำนี้คำเดียว  ถ้าเราเจาะเข้าไปแล้วก็หนาวเลยนะ  หมายความว่า  ถ้าเอาความเพียรพยายามมาตั้งเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม  ถ้าเราขยันหมั่นเพียร  เราจะทำได้ทุกสิ่งไม่ว่าในทางโลกหรือทางธรรม  เราต้องรู้เหตุที่เราจะทำทั้งทางบวกและทางลบ  มันถึงจะคุ้มค่า

ถ้าเรารู้ธรรมะหรือธรรมชาติ  และรู้ว่าตัวฉันเป็นธรรมชาติชนิดหนึ่ง  สิ่งที่เราไปเกี่ยวข้องก็เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่ง เกิดจากเหตุปัจจัยมาประชุมปรุงแต่งชั่วคราว แล้วแตกสลาย  ตัวฉันก็เหมือนกับสิ่งที่เราไปเกี่ยวข้อง  เกิดจากเหตุปัจจัยมาประชุมปรุงแต่งชั่วคราว แล้วแตกสลายเช่นกัน  แต่อย่าลืมว่าธรรมชาติมันมี 2 ด้าน มีทวิลักษณะ  ถ้าไม่รู้อย่างนี้เราก็จะตามไม่ทัน

การที่เราจะมีทรัพย์สมบัติได้นั้น  พระพุทธเจ้าได้บอกวิธีการไว้นั้น คือการให้  "ให้เพื่อให้"  นั้นคือ  เปลี่ยนมือเรา จากมือหยาบเป็นมือทิพย์  เพราะการให้เพื่อให้นี้  มันเป็นการดึงโลภะ โทสะ โมหะ ที่มีอยู่ดั้งเดิมออกมา  ถ้าคนไม่ดึงโลภะ โทสะ โมหะเดิมออกทิ้ง  เราจะให้ผู้อื่นไม่เป็น  อย่างคนธรรมดาให้กันนี่คือ  ให้เพื่อเอาทั้งนั้น 

ถ้ามีพระธรรม  เป็นความจริงในใจของเรามาก  เราก็จะเห็นความจริงที่แท้จริง  ว่ามันเป็นความจริง  ฉะนั้นการมาฟังธรรมเป็นประจำ  การนำพระธรรมคำสอนไปปฏิบัติเป็นประจำ  ก็เพื่อต้องการให้มันมีความจริงในใจเรามาก ๆ  ถ้ามีมากเราก็เห็นความจริง  รู้ความจริง  ไปที่ไหนก็เป็นความจริงหมด  ลองคิดดูนะ สิ่งที่มีอยู่ภายนอกใจของเราเป็นจริงหมด  มันมากหลายอย่างนี้ทำไมตาเราไม่เห็น  หูเราไม่ได้ยินทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

 พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราต้องมีไว้ในชีวิตของเรา  เพราะชีวิตของเรานั้น  เราเกิดมาด้วยความไม่รู้  เรียกว่าอวิชชา  เราจึงดำเนินชีวิตตามความไม่รู้  ตามความพอใจ ไม่พอใจของเราแต่ละคน  ซึ่งมันก็ไม่สามารถจะสร้างความสุขให้กับตัวเราได้  พระพุทธเจ้าท่านเห็นอย่างนี้ ท่านก็ได้บำเพ็ญบารมีมาเป็นพระพุทธเจ้า  เพื่อจะช่วยเหลือให้มนุษย์นั้นมีทางเดินชีวิตที่ถูกต้องให้ได้

การที่เราหมั่นฟังธรรม  ศึกษาธรรมเป็นประจำ  ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของศาสนาพุทธ ที่อุบาสก อุบาสิกาสนใจในการฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มีความรู้ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าชัดเจนและแจ่มแจ้ง  ก็ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของพระอริยเจ้าต่อไป      

สิ่งที่ทุกคนต้องการนั้นคือ  การแก้ปัญหา หรือดับทุกข์ให้กับตัวเองได้  อันนี้ถือเป็นสิริมงคลอันยิ่งใหญ่  ความเป็นสิริมงคลทั้งหลายทั้งปวงสู้เรื่องนี้ไม่ได้  อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกว่า  เราจะทำบุญทำกุศลขนาดไหน  จะมีโชคมีลาภขนาดไหน  ก็ยังสู้คำว่า  ไม่เที่ยงเกิดดับ คำเดียวไม่ได้  เพราะคำว่าไม่เที่ยงเกิดดับ นี้ก็ถือว่า  เป็นยอดปรารถนาของชีวิต  ก็คือความจริง หรือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริง

การที่เราต้องมาศึกษาเรียนรู้  พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นประจำ  ก็เพื่อมาเสริมเติมแต่งปัญญาของเราให้คมกล้ายิ่งขึ้น  เพราะว่าสภาพสังคมปัจจุบันนี้  สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ  เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์  เราจึงต้องฝึกฝนตนเองให้มีปัญญาที่คมกล้ายิ่งขึ้น  คือ ตามทันสิ่งที่มากระทบสัมผัสเราตลอดเวลา  เพื่อป้องกันไม่ให้การปรุงแต่งเกิดขึ้น  เพราะการปรุงแต่ง  คือ การสร้างทุกข์  เมื่อมันปรุงแต่งแล้ว มันเก็บไว้ในใจเรายาวนาน  ไม่สามารถจะลบทำลายได้ง่าย ๆ

Powered by MakeWebEasy.com