image
เราติด “คุกพญามาร” มาตลอดชีวิต
 
       ถ้าได้ศึกษาเรียนรู้ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า อย่างลึกซึ้งแล้วจะหนาว
       ท่านจะรู้ว่าท่านได้ติด “คุกพญามาร” มาตลอดชีวิต 
       พญามารคือ โลภะ โทสะ โมหะ, ความพอใจ ไม่พอใจ
       มาร แบ่งออกเป็น ๕ ประเภท ได้แก่
       ๑. ‎กิเลสมาร คือ กิเลสซึ่งทำให้เรามีความประพฤติ และนิสัยไม่ดีต่าง ๆ
           ในแง่ของมาร หมายถึง กิเลสที่ คอยขัดขวางไม่ให้เราทำความดี
       ๒. ขันธมาร คือ ขันธ์ ซึ่งบกพร่องแล้วเป็นมารผลาญตัวเอง
           ในแง่ของมารหมายถึง ขันธ์ที่คอยกีดขวางการทำความดี
           เช่น ต้องการฟังธรรมะ แต่หูหนวก ไม่สามารถ ฟังธรรมได้
       ๓. อภิสังขารมาร คือ ความคิดนึกอันประกอบกับอารมณ์
           เป็นมาร เพราะเป็นตัวปรุงแต่งกรรม ทำให้เกิดชาติชรา เป็นต้น
           ขัดขวางไม่ให้หลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏ
       ๔. เทวปุตรมาร เทวดาที่เป็นมาร คือ ท้าววสวัตตี 
          จอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี เป็นต้น
       ๕. ‎มัจจุมาร คือ ความตายที่ตัดโอกาสการทำความดีของเรา
       *กิเลสมาร คือ ความพอใจ ไม่พอใจ นั้นละ
       *ตัวคนที่เป็น มิจฉาทิฏฐิ คือ *ขันธมาร (เห็นผิดจากความเป็นจริง)
       เมื่อขันธมาร มาด่าเรา  กิเลสมาร ก็มาโต้ตอบ  แล้วก็ เทวบุตรมาร ก็มาครอบเราอีก
       มันจึงอยู่ในวังวนของมารตลอดชีวิต ไม่มีที่สิ้นสุด
       เราจึงต้องหนี  ให้ตัวเองเป็นอิสระให้ได้ในชาตินี้
       พระพุทธเจ้าจึงประกาศอิสระภาพให้มวลมนุษย์
       พระองค์ให้เราออกจากคุกพญามาร ให้ได้ในชาตินี้ เราจะนอน อยู่ในคุกพญามาร อย่างนี้หรือ
Powered by MakeWebEasy.com